Monday, 28 April 2008

งาน... ?

28-Apr-08

งาน... ?

หายตัวจาก blog ไปอาทิตย์กว่า .. ยังไม่ตายนะ แต่บอกแล้วว่าช่วงนี้ยุ่งจริงๆ เพราะหลักๆ แล้ว อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาฯ เนี่ย จะมีสอบสองตัว ส่งรีพอร์ตตัวนึง พรีเซนต์ตัวนึง ... แล้วก็ยังทำไม่เสร็จซักตัว! ขอกำลังใจด่วน

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา โรงเรียนมีจัด Mentoring Meeting เชิญบริษัทต่างๆ มาแนะนำสายอาชีพ แนะแนวการทำงาน (พร้อมเปิดช่องทางให้สมัครงานนิดหน่อย) บางบริษัทก็เข้าข่ายน่าสนใจเลยล่ะ ที่น่าสนใจที่สุดก็คงจะเป็น Mars แหละมั้ง (ไม่ใช่ดาวอังคารนะ...) ช็อคโกแลต Mars, M&Ms, Snicker, Twix, อาหารหมาเพ็ดดิกรี, อาหารแมววิสกัส ก็มาจากบริษัทนี้น่ะแหละ... บริษัทอื่นๆ ก็มีพวกกลุ่มธนาคาร Sparkasse บริษัทโฆษณา บริษัทประกอบดาวเทียม บ้าบออะไรอีก 7-8 ที่

จริงๆ เราก็ไม่ได้คาดหวังจะได้งานอะไรจาก Mentoring Meeting อะไรนี่หรอก แต่มันก็เป็นงานที่ช่วยให้มุมมองอะไรบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตการงานที่ดีเหมือนกัน

จะว่าไป ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็มีหารายละเอียดเกี่ยวกับ “งาน” หลังเรียนจบเหมือนกัน แล้วก็ไปเจอบริษัทแห่งนึง ที่รายละเอียดเชิงลึกน่าสนใจเอาซะมากๆ (ถ้าบอกชื่อไป ทุกคนรู้จักกันหมดแหละ) ก็เลยจัดการไปกรอกใบสมัครออนไลน์ ของบริษัทแห่งนี้ในส่วนของออฟฟิศ UK ... ใช้เวลากรอกใบสมัครประมาณ 2 ชั่วโมง มีขั้นตอนให้กรอกประมาณ 20 ขั้น ไม่ต่างอะไรกับพิมพ์รายงานส่งเลย

แล้วเงื่อนไขหน้าสุดท้าย ก็ดันมาบอกเราว่า มันไม่รับพิจารณาผู้สมัครที่ต้องใช้ work permit ในการทำงานที่สหราชอาณาจักร ... ซึ่งก็หมายความว่า เราไม่มีสิทธิ์นั่นแหละ.. ที่กรอกมา 2 ชั่วโมงก็ไร้ความหมายเลยทันที

จริงๆ ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะการหางานในประเทศอังกฤษเนี่ย ค่อนข้างจะเข้มงวดอยู่แล้ว คนไทยที่จะได้ work permit ในสหราชอาณาจักร ก็คือกลุ่มคนไทยที่ทำงานร้านอาหารไทย (ซึ่งก็มีจำกัดนะ ตามจำนวนที่นั่งของแต่ละร้าน) ... ต้องบอกเหตุผลก่อนนิดนึงว่า คนอังกฤษที่ตกงานเนี่ย เขาสามารถขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษได้โดยตรง ทางรัฐบาลเค้าเลยค่อนข้างจะเข้มงวดกับเรื่อง work permit ... ก็แปลว่า เค้าจะไม่ให้ work permit กับคนต่างชาติเลยถ้าไม่จำเป็นนั่นแหละ

อีกกลุ่มนึงที่มีโอกาสได้ work permit คือบริษัทอังกฤษบางแห่ง ที่มีสาขาอยู่ประเทศไทย แล้วก็ออก work permit ให้คนไทยในบริษัทนั้นเดินทางมาเทรนหรือทำงานที่อังกฤษได้.. กรณีนี้ก็จะง่ายหน่อย เพราะปกติแล้ว work permit เนี่ย ทางบริษัทนายจ้างจะต้องเป็นคนขอให้ แล้วมันก็มีขั้นตอนยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายเยอะ บริษัทส่วนมากเลยตัดปัญหาด้วยวิธีที่เล่าให้ฟังก็คือ เค้าจะไม่รับพิจารณาผู้สมัครที่ต้องใช้ work permit นั่นแหละ งานนี้ก็เรียกว่า เอาใจคนยุโรปด้วยกันเองพอสมควร (นอกจากเรื่องผลประโยชน์แล้ว ยังเป็นเรื่องการเมืองด้วย)

ก็ยังเสียดายอยู่ ที่ต้องมาติดปัญหากีดกันคนต่างชาติ (แต่ไม่เคยเสียใจที่เกิดมาเป็นคนไทยนะ) ... ส่วนวิธีลัดแบบสุดๆ สำหรับการได้สิทธิ์ทำงานในสหราชอาณาจักรก็คือ แต่งงานกับคนอังกฤษน่ะ... ไม่ได้ตลกนะ มีคนไทยหลายคนทำแบบนั้นจริงๆ ซึ่งสำหรับเราก็ลืมไปได้เลยวิธีนี้

สำหรับนักเรียนที่มาเรียนต่อที่อังกฤษเนี่ย จริงๆ แล้วก็สามารถขอต่อวีซ่าแบบ International Graduate Scheme ได้นะ แล้ววีซ่านี้ก็จะให้สิทธิ์กับนักเรียนในการทำงานได้ 1 ปีหลังเรียนจบ ... แต่ก็อนุโลมแค่ 1 ปีเท่านั้น ไม่สามารถต่ออายุได้อีกแล้ว ... ซึ่งส่วนมาก ไอ้ Graduate scheme ของบริษัทต่างๆ มันจะเป็นโปรแกรม 2-3 ปีทั้งนั้น อย่างที่สมัครไป ก็เป็นสองปี ถึงจะใช้วีซ่าแบบนี้ ก็ไม่สามารถทำได้อยู่ดี .... เซ็ง

เริ่มยาวละ ไว้ต่อตอนหน้าละกัน ยังมีเรื่องอยากเขียนอีก แต่วันนี้ง่วงแล้วล่ะ

1 comments: Please leave your comment!:

Mplusay said...

เชอะ ประชดกันเห็นๆ