Monday, 16 June 2008

Ryanair ตอนที่ 2

15-Jun-08

Ryanair ตอนที่ 2

ต่อจากตอนที่แล้ว ที่แนะนำให้รู้จักกับสายการบิน Ryanair ไป... อย่างที่บอกว่า เพิ่งจะมีโอกาสได้ใช้บริการสายการบินแห่งนี้เป็นครั้งแรก เนื่องจากเป็นสายการบินเดียว (ในตอนนี้) ที่มีไฟล์ทบินตรงจาก Bremen ประเทศเยอรมัน ไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยไม่ต้องไปทำการเปลี่ยนเครื่องที่ไหนให้เสียเวลา แถมยังเป็นสายการบินโลว์คอสท์ ประหยัดเงินไปได้มากเหมือนกัน (แต่จริงๆ ก็ไม่ค่อยประหยัดนักหรอก ดูจากลูกเล่นการคิดราคาของ Ryanair จากตอนที่แล้วดูสิ)

เช้าวันเสาร์ที่ 14 มิ.ย. ก็ถึงเวลาของไฟล์ท FR3631 จากเมืองเบรเมนไปลอนดอน ที่พอเดินทางมาถึงสนามบินเบรเมนก็ต้องตกใจ ที่หาเทอร์มินอลของ Ryanair ไม่เจอ... เพราะ Ryanair เส้นใหญ่ขนาดไปเหมาเทอร์มินอลส่วนตัว แยกต่างหากจากสายการบินอื่นๆ อีก 13 สายการบินในเทอร์มินอลหลัก ออกมาเป็นเทอร์มินอลของตัวเอง แถมยังไม่ค่อยจะมีป้ายบอกอีกตะหาก



ขั้นตอนการเช็ค-อินของสายการบินนี้ ก็เป็นแบบง่ายๆ แค่ยื่น passport ไปโดยไม่ต้องใช้ใบจองอะไรทั้งนั้น ยิ่งถ้าไม่ได้โหลดกระเป๋าด้วย ก็ยิ่งเช็คได้อย่างรวดเร็วทันใจ จากนั้นก็ผ่านด่านสแกนกระเป๋าถือ เข้าไปนั่งรอเวลาบอร์ดดิ้งได้เลย ... แต่สำหรับคนที่เดินทางไปสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ก็ต้องผ่านขั้นตอนของ passport control ด้วย เพราะว่าสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ไม่ได้รวมอยู่ในประเทศกลุ่มเชงเก้น ทำให้ต้องมีการตรวจวีซ่า เหมือนเดินการทางออกนอกประเทศ (พวกคนเยอรมัน ก็ใช้แค่บัตรประชาชนของเค้า ส่วนกะเหรี่ยงอย่างเรา ต้องใช้ passport)

ไอ้ passport control นี่แหละ ที่ทำเราหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะเจ้าหน้าที่ ตม. เล่นตรวจ passport อย่างละเอียด ถึงกับเอาแว่นขยายมาส่องดูลายน้ำในหน้า passport ของเรา แล้วก็เอาไปส่องกับหลอดแบล็คไลท์อีกตะหาก ... คือมันไม่ไว้ใจ passport คนไทยขนาดนั้นเลยหรือวะครับ หรือมันคิดว่าหน้าตาอย่างเราจะปลอม passport รึยังไงก็ไม่รู้นะ

จากนั้นก็รอเวลาบอร์ดดิ้ง ที่พอใกล้ถึงเวลา คนก็จะลุกมายืนต่อคิวกันยาวเหยียด เพราะสายการบินนี้ ไม่มีการฟิกซ์ที่นั่ง ใครได้ขึ้นเครื่องก่อนก็ได้เลือกที่นั่งก่อน คิวแบ่งออกเป็นสองแถว คือแถวที่ซื้อ priority boarding เอาไว้ (ในราคา 4 ปอนด์ต่อเที่ยว) พวกนี้จะได้ขึ้นเครื่องไปเลือกที่นั่งก่อน ส่วนอีกแถวยาจกอย่างพวกเรา ก็ตามบุญตามกรรม อาจจะได้นั่งกับเด็กเบบี๋ที่ร้องไห้ตลอดไฟล์ท จนอยากถอดถุงเท้ามาอุดปากก็เป็นได้



การบอร์ดดิ้ง ก็ไม่ได้มีงวงช้างเทียบเข้าเครื่องบินนะ .. แล้วก็ไม่ได้ใช้รถบัสด้วย .. แต่เป็นการ “เดิน” ล้วนๆ ออกจากเทอร์มินอล ไปเดินไต่บันไดขึ้นเครื่องกันแบบที่เห็นในรูปนี่แหละ คลาสสิคดีมาก



หลังจากได้ที่นั่งแล้ว เครื่องโบอิ้ง 737-800 ก็เทค-ออฟตรงเวลาเป๊ะๆ ชนิดที่ไม่เคยเจอสายการบินไหนตรงเวลาขนาดนี้มาก่อน แล้วก็มีการสาธิตการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ ตามระเบียบการบินทั่วไป เครื่องก็ไม่ได้เก่าอะไรมากมาย (จากข้อมูลบอกว่า อายุเฉลี่ยของเครื่องบินไรอันแอร์ทั้งหมด อยู่ที่ราวๆ 3 ปีเท่านั้นเอง) ให้ความรู้สึก “ปลอดภัย” ได้ในระดับหนึ่ง จากที่เคยหวั่นๆ ว่าเครื่องบินของสายการบินโลว์คอสท์จะให้ความรู้สึก “เสี่ยงตาย” มากกว่า “ปลอดภัย” มานานแสนนาน

พอเครื่องไต่ระดับความสูงได้ ทางไรอันแอร์ก็เริ่มขั้นตอนการหากินอย่างต่อเนื่องทันที ด้วยการเดินขายของทุกอย่างที่สามารถขายได้ ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิช โยเกิร์ต น้ำ ชา กาแฟ ช็อคโกแลต ฯลฯ ที่ผู้โดยสารสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเป็นเงินปอนด์หรือยูโร ส่วนเราเลือกที่จะไม่จ่าย ก็เลยไม่รู้ว่ามันขายแพงขนาดไหน แต่เท่าที่เห็น ก็มีหลายคนควักกระเป๋าจ่ายเหมือนกันนะ ทั้งๆ ที่ไฟล์ทนี้บินแค่ 1 ชั่วโมง 20 นาทีเท่านั้น

แล้วเครื่องโบอิ้ง 737-800 ก็พาเรามาถึงสนามบิน London Stansted โดยสวัสดิภาพ ปลอดภัย และตรงเวลาเป๊ะๆ อีกเช่นกัน... มาถึงก็เป็นไปตามระบบเดิม คือเดินลงจากบันไดเครื่องบิน แล้วก็ต้องเดินเข้าเทอร์มินอลกันเอง (ตากแดด ลม ฝน กันตามอัธยาศัย) ความจริงลอนดอนมีสนามบินนานาชาติทั้งหมด 5 สนามบิน คือ ฮีทโธรว์, แก็ตวิก, สแตนสเต็ด, ลูตัน แล้วก็ซิตี้แอร์พอร์ต ซึ่งแต่ละที่ก็มีความไกล (หรือความบ้านนอก) แตกต่างกันไป แล้วก็มีสายการบินหลักที่แตกต่างกันไปด้วย ... ที่แน่นอนก็คือฮีทโธรว์ ที่เป็นฮับของสายการบินพาณิชย์หลักๆ ส่วนสนามบินที่เหลือ ก็ลดหลั่นความสำคัญลงมา และที่บอกไปว่า ที่บิน Ryanair มาครั้งนี้ มาลงที่สนามบินลอนดอน สแตนสเต็ด (ที่เป็นหนึ่งในฮับของ Ryanair) สนามบินหลักของสายการบินโลว์คอสท์หลายแห่ง อยู่ห่างจากลอนดอนประมาณ 50 กิโลเมตร (โคตรบ้านนอก) และเป็นสายการบินที่รองรับผู้โดยสารมากเป็นอันดับสามของสหราชอาณาจักร รองจากฮีทโธรว์ และ แก็ตวิก



การเดินทางจาก London Stansted Airport เข้าเมือง ที่สะดวกที่สุดก็คือใช้รถไฟ Stansted Express ที่ยิงตรงเข้า Central London มายังสถานี Liverpool Street ในเวลา 45 นาที ค่าใช้จ่ายต่อเที่ยวประมาณ 12 ปอนด์ ที่คิดไว้แต่แรกคือเป็นรถไฟ Express สุดหรู เหมือน Heathrow Express แต่ปรากฏว่า เป็นรถไฟโคตรเก่า แถมยังสกปรกอีกตะหาก ที่ดูแล้วยังไงก็ไม่น่าเรียกว่าเป็น Stansted Express ได้เลย แต่ถือว่าเป็นวิธีที่เร็วที่สุด เพราะถ้านั่งรถบัสเข้าเมือง อาจต้องใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง นั่งกันตูดเปียก

ก็ถ้าเทียบดูแล้ว... การบินมาลอนดอน ด้วย Ryanair ทริปนี้ ไม่ถือว่าแย่เท่าไหร่ ทั้งเรื่องของราคา และ คุณภาพของสายการบิน แม้ว่าจะต้องเจอกับค่าใช้จ่ายจุกจิก แล้วก็ต้องจ่ายค่ารถไฟ Stansted Express (ไม่อยากเรียกชื่อนี้เลย) เพิ่มเข้าไป แต่โดยรวมก็ยังถูกกว่าบินสายการบินปกติอยู่ดี แถมยังต้องไปเสียเวลาเปลี่ยนเครื่อง และการเดินทางจาก Heathrow เข้าเมือง ก็ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงเหมือนกัน (ด้วย Tube ในราคา 2 ปอนด์กว่าๆ ผ่านบัตร Oyster Card) นี่คงเป็นอีกเหตุผลที่ Ryanair ขายดีขึ้นทุกวัน ที่บางเส้นทางไม่มีคู่แข่งเลยด้วยซ้ำไป

ทริปนี้มาลอนดอนแค่ 4 วัน ... มาทำอะไร และเจอเรื่องอะไรบ้าง ไว้ติดตามตอนหน้าละกันนะ

1 comments: Please leave your comment!:

Mplusay said...

เด็กลอนดอน!!