Saturday, 12 July 2008

เที่ยวเยอรมัน กับคนญี่ปุ่น (1)

12-July-08

เที่ยวเยอรมัน กับคนญี่ปุ่น (1)

วันนี้มีทริปเฉพาะกิจ ไปเที่ยวเมืองที่ชื่อว่า Düsseldorf (ดึสเซลดอร์ฟ) เป็นเมืองทางทิศตะวันตกของเยอรมนี และอยู่ห่างจาก Bremen ประมาณ 270 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง

ที่บอกว่าเป็นทริปเฉพาะกิจ ก็เพราะว่าไม่ได้วางแผนล่วงหน้าซักเท่าไหร่เลย ทริปนี้มีผู้สนับสนุนหลักคือคนญี่ปุ่นที่ทำงานในเยอรมนี (รู้จักกันได้ซักสองสามปีแล้วล่ะ) นามว่า ฮิโรยูกิ โคมิ ที่มีออฟฟิศอยู่ฮัมบูร์ก แต่จะอาสาพาเที่ยวดึสเซลดอร์ฟ ด้วยรถบริษัทตัวเอง นั่นก็หมายความว่า การเดินทางทริปนี้ “ฟรี” แล้วจะปฏิเสธได้อย่างไรกัน

ที่วางแผนกันไว้ คือไปแค่สองวัน เสียเงินพักโรงแรมคืนเดียว (€35) และเป็นทริปแบบไม่มีตารางใดๆ ทั้งนั้น เพราะจริงๆ ทริปนี้ไม่เหมือนกับไปเที่ยวดึสเซลดอร์ฟเลย แต่เหมือนกับไปเที่ยว “ญี่ปุ่น” มากกว่า ส่วนจะญี่ปุ่นแค่ไหน เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง


สิบเอ็ดโมงครึ่ง ฮิโรก็ขับรถจากฮัมบูร์กมาถึงเบรเมน เพื่อรับเราเดินทางต่อไปดึสเซลดอร์ฟ สภาพอากาศก็อย่างที่เห็นในรูป... ฝนตกกระหน่ำตลอดเส้นทาง หลายช่วงก็ขับเร็วมากไม่ได้ ถึงแม้ว่าออโตบาห์นของเยอรมนีในบางช่วงจะไม่มีสปีดลิมิตก็เหอะ จากเวลาที่ตั้งใจว่าสามชั่วโมง ก็เลยเลทไปเป็นสามชั่วโมงครึ่ง ไปถึงดึสเซลดอร์ฟบ่ายสามโมงตรง

ระหว่างทาง ก็มีแวะเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง เบนซินซุปเปอร์ ราคาลิตรละ €1.594 หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณลิตรละ 83 บาทเท่านั้นเอง...


แล้วการเที่ยว ญี่ปุ่น ก็เริ่มขึ้นด้วยมื้อแรกในดึสเซลดอร์ฟ กับร้านราเม็งที่ได้รับการยอมรับจาก เจแปนนีสคอมมิวนิตี้ ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดร้านราเม็งในยุโรป ... ส่วนนึงที่บอกว่าเที่ยวดึสเซลดอร์ฟครั้งนี้ เหมือนเที่ยวญี่ปุ่น ก็เพราะว่าในดึสเซลดอร์ฟมีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่เยอะมาก (มากที่สุดในเยอรมนี และ มากเป็นอันดับสามของยุโรป รองจากลอนดอนและปารีส) มีย่านนึงที่เต็มไปด้วยร้านรวงแบบญี่ปุ่นสุดๆ แถมเดินไปไหนมาไหนในย่านนี้ ก็จะได้ยินภาษาญี่ปุ่นตลอดทาง


ราเม็งจากร้านทาคุมิมื้อแรกนี้ ถือว่าเป็นราเม็งมื้อแรกตั้งแต่มาอยู่เยอรมันเลยก็ว่าได้ ... ความจริงจะบอกว่าเป็นอาหารญี่ปุ่นมื้อแรกตั้งแต่อยู่เยอรมันมาหลายเดือนก็คงไม่ผิด เพราะไอ้เมืองที่เรียนอยู่นี่หาร้านอาหารญี่ปุ่นไม่มีเลย ที่มีก็เป็นร้านซูชิที่ไม่ค่อยน่านั่ง แถมขายเกินราคาไปมากจนไม่กล้าเฉียดหัวเข้าไปในร้าน ... แน่นอน ราเม็งมื้อนี้อร่อยสมชื่อ ไม่ผิดหวังๆ


เสร็จจากราเม็ง ก็เดินดูเมืองโดยรอบๆ รวมถึงย่านญี่ปุ่นนี่ด้วย ฮิโรขอตัวเข้าไปซื้ออาหารในซุปเปอร์ญี่ปุ่นเจ้าประจำ ที่ทั้งร้านมีแต่ของญี่ปุ่นเต็มไปหมด ข้าวซูชิ เส้นราเม็งแบบต่างๆ มิโสะซุป ชาญี่ปุ่น อุปกรณ์ทำซูชิ หม้อสุกี้ ไข่กุ้ง ไข่ปลา รวมถึงปลาดิบแบบต่างๆ ที่ขายเป็นกิโลเพื่อให้ไปทำซูชิกันเอง (ฮามาจิ กิโลละ €66 / สามพันกว่าบาท) หรือหม้อหุงข้าวที่ขายราคาเกินจริง ไซส์ 1.8 ลิตร ใบละหมื่น จริงๆ เค้าไม่ให้ถ่ายรูปหรอกนะ ที่เห็นนี่คือแอบถ่ายมาล้วนๆ


จากนั้นก็ไปเช็คอินเข้าโรงแรม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 นาที เป็นโรงแรมถูกๆ ที่มาตรฐานดีไม่ใช่เล่น (ส่วนมากโรงแรมในเยอรมัน ค่อนข้างจะมีมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย) คุ้มค่าเกินราคาห้องเดี่ยว 35 ยูโร มีอินเตอร์เน็ตฟรี มีอาหารเช้าให้อีกตะหาก ห้องก็ไม่ได้แคบมาก มีทีวีให้ดูด้วย แต่ไม่ได้เปิดหรอก มีไว้ดูเฉยๆ

ฮิโรก็ตกลงว่า จะของีบซักหน่อย เพราะขับรถมาทั้งวัน ถ้ารวมจากที่ขับมาจากฮัมบูร์กเพื่อมารับเราด้วย ก็เกือบห้าชั่วโมงได้ ก็โอเค ตกลงว่างีบกันซักพักแล้วค่อยออกไปเที่ยวต่อ

สี่ทุ่ม.. (คือไม่ได้งีบกันซักพักหรอก เรียกว่าหลับเป็นตายมากกว่า) ก็นั่งรถใต้ดิน (U-Bahn) เข้าเมืองอีกครั้ง เพื่อหามื้อเย็นกินกัน ... ไม่ต้องเดาหรอกว่ากินที่ไหน มันต้องเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้วทริปนี้


มื้อนี้บอกล่วงหน้าเลย ว่าเป็นมื้อที่อร่อยสุด และ ดีสุด ตั้งแต่มาอยู่เยอรมัน และน่าจะบอกได้ว่าเป็นอาหารญี่ปุ่นที่อร่อยสุดตั้งแต่ที่เคยกินมา (แต่ทำไมต้องเสือกมากินอาหารญี่ปุ่นที่เยอรมันด้วยวะ) ... มื้อนี้เราไม่ได้สั่งเองเลยซักอย่าง ปล่อยให้ฮิโรจัดการ เฮียแกก็ดูเมนูภาษาญี่ปุ่น สั่งเป็นภาษาญี่ปุ่น โต๊ะอื่นแม่งก็มีแต่คนญี่ปุ่นเต็มไปหมด ... ถ้าปล่อยเรามาคนเดียวก็คงไม่ได้กิน ภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้ ภาษาเยอรมันก็ไม่ดี

อาหารมาเสิร์ฟละ .. เริ่มจากปลาดิบก่อน ฮิโรอธิบายให้ฟังว่า ทูน่าดิบที่สั่งมา เป็นส่วนที่มีไขมันกลางๆ จัดว่าเป็นทูน่าไฮโซ แต่ไม่สุด ถ้าไฮโซสุดๆ ต้องส่วนที่ไขมันเยอะๆ วางบนลิ้นแล้วละลายหายไปเองแบบไม่ต้องเคี้ยว ของดีจริงๆ ต้องไปกินที่ญี่ปุ่น คำละสามพัน ฟังแล้วสยอง


ของแต่ละอย่างที่สั่งมา ดูผิวเผินเหมือนธรรมดา แต่อร่อยมากๆ ทุกจาน ทงคัตสึที่ดูผ่านๆ แล้วเหมือนกับ Schnitzel (หมูชุบแป้งทอดแบบเยอรมัน) ที่ได้กินแทบทุกอาทิตย์ แต่รสชาติคนละเรื่อง อย่าไปเทียบกับทงคัตสึตามร้านฟูจิเลยเชียว อีกจานที่เห็นเนื้อย่างเป็นแผ่นๆ อันนั้นคือ ลิ้นวัว เอามาเสิร์ฟ แล้วบีบมะนาว อร่อยจนอยากจะสั่งมาอีกสามจาน


ส่วนทีเด็ดสุดๆ ของมื้อนี้ คือไอ้เนื้อดิบๆ ที่เห็นนี้เลย ... มันคือเมนูที่เรียกว่า บาซาชิ หรือ เนื้อม้าดิบ ... กินแล้วแทบจะเหาะได้.. เมืองไทยมีให้กินป่าวหว่า รู้สึกจะไม่เคยเห็นมาก่อน

ค่าเสียหายมื้อนี้ สองคน ร้อยยูโร อิ่มพุงกาง กระเป๋าฉีก แต่มีความสุขมาก

พรุ่งนี้อยู่ดึสเซลดอร์ฟอีกวัน มันจะพาไปญี่ปุ่นที่ไหนอีก จะมาเล่าให้ฟังตอนหน้าละกัน

3 comments: Please leave your comment!:

Anonymous said...

อร่อยอย่างกะป๊า!!!!!

(ธัญพืชเอง)

Bankies D. Luffy said...

-*-

ทริปกินหรอวะ...
ไม่เห็นมีรูปสถานที่ มีแต่รูปของกิน

pbintersupply said...

รบกวนถามหน่อยค่ะ ที่พักชื่ออะไรคะ พอดีจะไปเมือง dusseldorf เดือนพ.ย.นี้ แต่อยากได้ที่พักที่เดินทางโดยรถไฟสะดวก
ขอบคุณค่ะ