เกิดเป็นคนไทย ต้องอดทน
นั่นไง ... หัวเรื่องแบบนี้ อย่าคิดว่าจะพูดเรื่องการเมืองเชียว ที่จะพูดถึงคือเรื่องส่วนตัวล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับการเมืองแม้แต่นิด
หลังจากเรียนจบ ก็วางแผนที่จะกลับบ้านละ เหตุที่ต้องกลับนี่เหมือนโดนบังคับเลยนะ ไม่ได้ใครสั่งให้กลับด้วยสิ แต่เป็นเพราะ วีซ่าหมด!!
เหมือนสวรรค์ประทาน ... ตามกฎใหม่ของเยอรมนี นักเรียนที่จบจากสถาบันการศึกษาของเยอรมันเนี่ย สามารถยื่นเรื่องขอต่อ Residence Permit เป็นแบบ Aufenthaltserlaubnis zur Arbeitssuche หรือ Residence Permit เพื่อการหางานทำในเยอรมนีได้อีก 1 ปี ถือว่าเป็นสิทธิ์ของนักเรียนที่ควรจะต่ออายุเป็นแบบนี้ไว้เลย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หางานทำจริงๆ ก็เหอะ
พอสอบจบ ได้เกรดมาเรียบร้อย ก็จัดการเดินเรื่องเลย สอบถามมาหมดว่าต้องใช้เอกสารอะไรในการยื่นขอต่อ Residence Permit แบบนี้ได้ ก็สรุปว่าต้องใช้เอกสารบางอย่างที่วุ่นวายพอสมควร
อย่างแรกเลย คือ ดีกรี ... หรือถ้าบ้านเราเรียกกันว่าปริญญาบัตร ของแท้ จากมหาลัย ... ตายห่า จะเอามาได้ยังไง เพื่อนบางคนยังไม่ได้สอบจบเลย แล้วเราก็เพิ่งสอบจบไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เอง ยังไงกว่าจะได้ดีกรีตัวจริง ก็คงอีกเป็นเดือนโน่น แต่วีซ่าน่ะ จะหมดกลางเดือนตุลาอยู่แล้ว
ยังไงก็ทำอะไรไม่ได้แฮะ ... ถ้า print ดีกรีเองได้ก็คงทำไปแล้ว สุดท้ายก็เลยตัดสินใจเข้ามหาลัยไปปรึกษาธุรการ ว่าสามารถออกใบรับรองอะไรมาแทนเพื่อไปต่อ Residence Permit ก่อนได้มั้ย เพราะถ้าปล่อยให้ Permit ที่เรามีอยู่หมดเนี่ย ก็จบเลย ถือว่า Permit ขาด โดนไล่กลับไทยแถมกลับเข้ามาอีกไม่ได้ จนกว่าจะขอวีซ่าเข้าประเทศใหม่หมด ซึ่งนั่นก็จะเสียสิทธิ์การเป็นนักเรียนมาก
ทางธุรการก็บอกว่าได้ แต่ต้องขอยืนยันเกรดกับฝ่ายจัดสอบก่อน ต้องใช้เวลานิดหน่อย ก็โอเค ... ทิ้งไปสามสี่วัน ไปถามอีกที ธุรการบอกว่า เอกสารน่ะ ยืนยันแล้วว่าจบ ผ่านหมดทุกอย่าง แต่ต้องใช้ลายเซ็น dean ซึ่งก็ไม่รู้ว่า dean จะอยู่เมื่อไหร่ ก็เลยรับปากไม่ได้ว่าจะได้เอกสารวันไหน ... เฮ้อ ถ้าปลอมลายเซ็น dean ได้นี่ก็คงทำไปละ ... ได้ติดคุกเยอรมันสมใจแน่
นี่มันก็จะปลายเดือนอยู่แล้ว เอกสารก็ยังไม่ได้เลย ... นอกจากเอกสารรับรองเกรดตัวนี้ ยังต้องใช้เอกสารจากธนาคาร เป็น financial proof ว่าที่เราจะขอต่อ residence permit ออกไปอีกหนึ่งปีเนี่ย เรามีเงินพอที่จะอยู่กินในเยอรมันได้จนครบปี นั่นแปลว่าต้องมีเงินในบัญชีที่นี่เยอะมาก (ขั้นต่ำที่ระบุไว้คือราวๆ เจ็ดพันยูโร) ... ก็อาจจะต้องเสียเวลาโอนเงินจากบัญชีที่ไทยมาเข้าที่นี่ไว้อีก
เอกสารโน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่เรียบร้อย แต่ก็ยังหน้าด้าน เข้า foreign office ไปถามให้รู้เรื่องเลย ว่าถ้าเอกสารเราครบเนี่ย ใช้เวลาในการดำเนินการนานเท่าไหร่ ... ได้คำตอบมาว่า สองอาทิตย์ ถือเป็นอันจบกัน ยังไงก็ทำไม่ทันแล้ว บ๊ายบาย residence permit ... เฮ้อ...
นี่แหละนะ ... ถึงบอกว่าเกิดเป็นคนไทยต้องอดทน ... เพราะถ้าเป็นประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะ USA, แคนาดา, และกลุ่ม EU เนี่ย มันไม่เห็นต้องมาวุ่นวายเรื่องเดียวกับเราเลยซักนิดเดียว เดินทางไปไหนก็ได้ เที่ยวกระจายรอบโลก แทบไม่ต้องใช้วีซ่าเลย หรือแม้กระทั่งทำงาน บางที่ก็ไม่ต้องใช้ work permit ด้วยซ้ำไป

ประเทศเราถือว่ามี Visa Restrictions Index ต่ำมาก รู้สึกว่าจะอยู่ที่ประมาณ 52 มั้ง (หมายความว่า หนังสือเดินทางไทย สามารถเข้าประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ 52 ประเทศ โดยไม่ต้องใช้วีซ่า) ในขณะที่พวกอเมริกา แคนาดา ยุโรปเกือบทุกประเทศ ญี่ปุ่น มี Index อยู่ที่ราวๆ 150 … (เกือบหมดโลกแล้วนะนั่น) แม้กระทั่งสิงคโปร์ มาเลเซีย เพื่อนบ้านเราแท้ๆ ก็อยู่ที่ราวๆ 150 เหมือนกัน ... เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยนะ
ถ้าพูดเหตุผลเรื่องนี้ก็คงยาว หลักๆ แล้วก็เกี่ยวกับคนไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงไม่ดีไว้ที่ต่างประเทศ รวมถึงอาชีพผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ พูดไปพูดมาอาจรุนแรงไปเข้าเรื่องการเมืองได้ เอาเป็นว่าไม่อยากพูดถึงละ ... ทำใจ และอดทนดีกว่า
ยังไงก็ภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย (แค่ต้องอดทนกับบางเรื่องนิดหน่อย ถือว่าเรื่องเล็กน้อยน่า)

3 comments: Please leave your comment!:
งืมมม กูเข้าใจ
เซ็นเองเลย อย่าไปกลัวดิ!
เข้าใจ แต่ก้อต้องทำใจล่ะ
Post a Comment